2006/Oct/03

BLUE

ARASHI

Awai buree no sukaato ga yuugure no oka ni tanabiku

หลงทางไปในความืดตามแสงสีฟ้าไป
Bonyari to kangaete mita eientte konna monka na

กับความคิดที่เลือนราง ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนตลอดไป

"Koi wa itsuka owaru yo" to tooi me de kimi ga tsubuyaku

สักวันหนึ่งความรักก็ต้องจบลงเธอพูดขึ้นมาในตอนนั้น
Kikoenai furi o shiteta no kizuite kureta kana
สร้างกำแพงขึ้นมาเพียงปิดให้ไม่ได้ยิน
Nando meka no hanabira ga yurari kaze ni matta

รอเมื่อไรที่สายลมจะพัดกลีบดอกไม้ที่ไร้ความรู้สึกมา
Toki ga tattemo kawaranai omoi ga kokoni aru

ชีวิตธรรมดาในแต่ละวันที่ผ่านไป ไม่สามารถเปลี่ยนความคิดไปได้เลย

Aitakute aitakute yume de kimi o dakishimete miru

อยากจะพบเธอ อยากจะพบเธอ ในฝันนั้นชั้นได้กอดเธอไว้
Oi kakete oi kakete fukai meiro o samayotteru

ตามหาเธอ ตามหาเธอ ลึกเข้าไปในทางคดเคี้ยวที่โดยไม่มีจุดหมาย
Aitakute aitakute yume janai hon mono no kimi ni

อยากจะพบเธอ อยากจะพบเธอ เธอที่เป็นตัวจริง ที่ไม่ใช่ความฝัน
aenakute aenakute yukiba no nai omoi ni oboreteru

เศร้าเหลือเกิน เศร้าเหลือเกิน จมไปกับความคิดที่ไร้จุดหมาย

Kata o narabete miageta yozora wa buraneta riumu

แหงนมองท้องฟ้าในยามค่ำคืน ที่ให้กำเนิด แสงสีฟ้า
Onaji hoshi ima mo dokoka de ukande wa kietekun dana
เหมือนกับ ว่าดวงดาวที่ลอยอยู่บนนั้น ได้เลือนหายไป
Mune ni yodonda omoi wa itsu mademo koe ni dekinai

หัวใจหยุดเต้นไปกับความคิดที่ว่า ไม่ว่าเมื่อไรก็ไม่สามารถได้ยินเสียงอีกต่อไปแล้ว
Tameiki ni sotto tsutsunde haki dasetara ii na
รวบรวมเสียงอันแผ่วเบาของเธอเอาไว้


Meguri meguru kisetsu no kazenami ni yurari nagasaretemo

กลับมาครั้งแล้วครั้งเล่า น้ำตาที่ปล่อยให้ลอยไปตามคลื่นลมของฤดูกาล
Kako to mirai no mannaka de kioku ga hodokenai
ระหว่างทางของอดีตและอนาคต ความทรงจำของเธอไม่เคยจางไป


Aitakute aitakute yume de kimi o dakishimete miru

อยากจะพบเธอ อยากจะพบเธอ ในฝันนั้นชั้นได้กอดเธอไว้
Kienakute kienakute nokori kaori ga mada tadayotteru

ไม่จางหายไป ไม่จางหายไป กลิ่นน้ำหอมของเธอยังหลงเหลืออยู่

Aitaku aitakute yume janai hon mono no kimi ni

อยากจะพบเธอ อยากจะพบเธอ เธอที่เป็นตัวจริง ที่ไม่ใช่ความฝัน
Setsunakute setsunakute ao awai buruu ga nijindeku
เจ็บปวดเหลือเกิน เจ็บปวดเหลือเกิน กับการวิ่งตามแสงสีฟ้านั้นไป



ได้ข่าวว่าพูดนี้สอบ(เจริญเหอะ)

แล้วมาทำอะไรอยู่ป่านนี้.................................

บ้าไปแล้ว

ก็ไม่มีอะไร หรอก พอดีว่าเกิดแปลเพลงขึ้นมาตอน5ทุ่ม

แล้วติดลม ก็เลยเถิดมาถึงเกือบตี2

เหอะๆๆๆๆๆ

แปลเพลง BLUE

ด้วยความยากลำบาก เพราะมีแต่ เนื้อเพลง โรมันจิ

พอไม่มีคันจิ เวลาเอาไปเปิดกะดิก มันเลยยาก

ไม่ใช่ว่ามีความรู้เล้ยยยยยย

เปิดดิกเอาทั้งนั้น คำไหนไม่ได้ ก็มัวเอา55555

อย่าถึงเนื้อหาเป็นจริงเป็นจัง เพราะมีผิดชัวร์

แต่มันก็ให้อารมณ์ ประมาณนี้แหละนะ

Aitakute aitakute yume janai hon mono no kimi ni

อยากจะพบเธอ อยากจะพบเธอ เธอที่เป็นตัวจริง ที่ไม่ใช่ความฝัน

*อยากเจอเนอะ รออยู่น้า แต่ไม่ต้องรีบร้อน รอได้ๆ

รอมานานแล้วนี่ แน่ใจว่าไงก็ได้เจอ :)

ปล. ตั๊ก ที่เม้นไดแกไปอ่ะ ชั้นเปิดดิกเอาทั้งนั้น แบบว่า พิมพ์เป็นประโยคไป

มันก็แปลเปิดภาษาญี่ปุ่น เป็นประโยคให้เสร็จสรรพ

ชั้นกลับไปอ่านอีกที ยังไม่อ่านไม่ออกเลยว่าตัวเอง เม้นอะไร5555555

ปล.อยากเอาเพลงนี้ลง แต่ทำไม่เป็นอ่ะ




edit @ 2006/10/03 01:59:37


edit @ 2006/10/03 02:01:10

2006/Sep/20

ตั้งชื่อบล็อกให้ทันเหตุการณ์ไปงั้นแหละ

ถ้าพูดว่าปฏิรูปเนี่ย มันก็ต้องใช้ระยะเวลาสินะ

ข่าวตอนแรกออกมาว่าปฏิวัติ ดูรุนแรงเนอะ

ปฏิวัติคือ การเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง

รัฐประหาร

คือ การยึดอำนาจรัฐ เปลี่ยนผู้นำ เข้าใจถูกม่ะ

ถึงจะเป็นสิ่งที่ทำแล้วเกิดผลดี(จริงหรอ.....อืม ถ้าอยู่ในเจตนาดีนะ)

แต่ประชาธิปไตยเนี่ย เค้าไม่ทำกันนะ

จะว่าไปมันก็ช่วยไม่ได้ เพราะ คนๆนั้นเค้าไม่ยอมลงซะที

แต่ก็นั่นแหละ ทำให้รู้อย่างนึงว่า ประชาธิปไตยที่ท่องกันมาตลอด

ประชาธิปไตยที่เราสูญเสียไปเท่าไรกว่าจะได้มันมา

มันเสียไปง่ายดายขนาดนี้เชียวหรอ

แต่ชั่วข้ามคืนเอง...............

มาคิดดูแล้ว เราคนไทยเนี่ย

เคยได้ประชาธิปไตยที่แท้จริงไม๊นะ

ยังไงซะเราก็ตกเป็นทาสของคนที่มีอำนาจ มีเงินอยู่ดี

นักการเมืองที่เพ่นพ่านไปมาเนี่ย

ได้มาด้วยประชาธิปไตยโดยแท้จริงซะที่ไหนกัน

ทั้งๆที่รู้แต่ก็ทำอะไรกันไม่ได้

ทุกสิ่งทุกอย่างก็เลยต้องลงท้ายด้วยการแก้ปลายเหตุซะทุกที

ถึงทุกวันนี้เราจะไม่ได้หายใจเข้าออกเป็นอุดมการณ์ เป็นประชาธิปไตยอีกต่อไปแล้ว

แต่ก็ไม่ควรลืมไม่ใช่หรอว่า สิ่งที่สำคัญที่สุด

ที่เราเป็นชาติอย่างภาคภูมิใจได้ ก็เพราะเรามีประชาธิปไตย

เพียงแต่มันเป็นแค่คำพูด ที่คนที่หลงมัวเมาไปกับอำนาจ วัตถุนิยม

เห็นแก่ตัว เกินกว่าจะเข้าใจมัน

มันก็โทษไม่ได้ ในเมื่อ ทางที่จะทำให้มีอำนาจ ทำให้ร่ำรวย

มาอยู่ตรงหน้า ใครจะไม่คว้าไว้

แล้วพอผลประโยชน์มันตกอยู่ที่ส่วนบุคคล

คนที่เหลือก็เลยซวย (หรือว่ามันเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ)

ที่จริงแล้ว ไม่ว่าระบอบไหน ถ้าคนปกครองมีความบริสุทธิ์ใจ

มีความเห็นใจ มีความเป็นธรรม อะไรๆมันก็ดีไปหมด

แต่ถ้า ชนชั้นปกครอง ชั่ว ระบอบไหนมันก็วอดวายไปหมด

ตราบใดที่คนเรายังแบ่งชนชั้น ความเท่าเทียมมันก็ไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก

แล้วเรื่องนี้เนี่ย มันก็ไม่มีทางที่ทุกคนจะเท่าเทียมกันโดยสถานทางสังคมอยู่แล้ว

ถ้าเพียงแค่ มีคนที่พอจะซื่อสัตย์ สุจริตอยู่บ้าง ในชนชั้นปกครอง

มันก็คงจะดี เนอะ...........................


พูดพร่ำไปเรื่อย ในฐานะคนไทยคนนึง ที่อยู่ในระบอบไหนไม่รู้ตอนนี้

แต่ที่แน่ๆเป็นระบอบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

2006/Sep/02

เคยคิดว่า ชีวิตนี้

แค่ อย่าเพิ่งตายไปก็พอ

...........................................

แต่มันเป็นเรื่องยากกว่านั้น

................................................

อะไรที่ยากที่สุดในชีวิต?

จะงานหนัก มีอุปสรรค หรือ ล้มเหลวแค่ไหน

มันก็ไม่ทำให้ รู้สึกแบบนี้ได้

..........................................

ทำไม คนเราต้องมี ความรู้สึกมากมายขนาดนี้ด้วย

เศร้า เหงา เจ็บ ฯลฯ

ทำไมความสัมพันธ์ มันต้องยากขนาดนี้ด้วย

...........................................

เหนื่อย.......... ไม่มีแรงอธิบายอะไรแล้ว แต่อยากให้เข้าใจ

คิดว่าชั้นเป็นคนแบบนั้น แบบที่ทิ้งเพื่อนไปหัวเราะกะคนอื่น

ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจขนาดนั้น

แน่ใจแล้วหรอที่รู้มา มันเป็นแบบนั้น

ถ้าชั้นเป็นคนแบบนั้นเมื่อไร

ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็อย่าเห็นชั้นเป็นเพื่อนเลย

คนแบบนั้นชั้นยังรังเกลียด

ถ้าโทรศัพท์อยู่ตรงหน้า ชั้นหรอจะไม่รับ

ไม่รู้จักกันหรอว่าชั้นเป็นยังไง

ไม่ได้พูดจากลบเกลื่อน แต่ไม่อยากให้โมโหถึงทำแบบนั้น

ชั้นไม่ใช่คนฉลาดนักกับเรื่องพวกนี้

ที่ทำได้ก็เท่านั้นเอง

..........................................................

ชั้นมันคนเห็นแก่ตัว

ในวินาทีนี้ อยู่ก็คิดขึ้นมาว่า

ชั้นพยายาม ทำอะไรๆให้มันดี

เพื่อพวกแกจะได้รู้สึกดี

แต่กลับได้แต่ คำพูด แบบนั้นกับมา

เจอแต่คำขู่ว่าจะไม่เป็นเพื่อนกันอีกต่อไป

เจอแต่โซ่ที่ยึดชั้นไว้ ทั้งๆที่ไม่ได้คิดหนีไปไหน

มันเหมือนโดนขังรู้ไม๊ ไม่กล้าทำโน่นทำนี่ เพราะกลัว

ว่าพวกแกจะเสียใจ

นั่นแหละปัญหา !

เพราะคนเรามักจะคิดแต่ว่าฝ่ายตัวเองให้ไปเท่าไร

ไม่คิดว่าได้รับกลับมาเท่าไร

พอคิดอย่างนั้น มันก็ทำใหท้อ

เพราะรู้สึกเหมือนสิ่งที่ให้ไป อีกฝ่ายไม่ได้รับรู้ และ จดจำเลย

และชั้นก็อาจจะไม่ได้จดจำสิ่งที่ได้รับกลับมาเช่นกัน

...........................................................

บางทีก็อยากให้เข้าใจ

ดูเหมือนคบกันมานาน

แต่ก็ไม่พยายามเข้าใจตัวชั้นเลย

ชั้นเข้าใจว่าพวกแกรู้สึกยังไง

ถ้าสถานการณ์ ถ้ามันเป็นแบบที่แกเข้าใจ เป็นชั้นก็โกรธ

แต่.....................................

ชั้นไม่อยากอธิบาย ไม่อยากให้มันเป็นคำแก้ตัว

........................................................

มีหลายอย่างที่เปราะบาง ในคำว่าความสัมพันธ์

คำนี้ มันก็มีความหนักแน่น อยู่ในตัวด้วย

แต่ทำไม ความสัมพันธ์ ของเรา มันถึง มีแต่คำว่า เปราะบาง

........................................................

คิดว่าชั้นเข้มแข็งพอจะทนกับคำพูด และ น้ำเสียงทำร้ายจิตใจ

ไปได้มากแค่ไหน

เห็นชั้นเป็นอะไรกัน

แน่ใจนะ ว่า เป็นเพื่อน

ชั้นรู้ดี ว่าพวกแกรักชั้น

แต่บางทีมันก็ เจ็บนะ

ชั้นอาจจะทำร้ายพวกแก

ชั้นไม่ได้ตั้งใจ

ได้โปรดอย่าทำร้ายชั้นได้ไม๊

ตอนนี้ ช่วงเวลานี้ ชั้นเจ็บปวดหว่ะ

อยากจะพิมพ์เอาไว้ให้รู้ ถ้าความรู้สึกนี้หายไปตอนเช้า

มันอาจจะไม่ได้พูดออกมาอีกเลย

....................................................

ในช่วงนี้ ถ้ารู้สึกว่าเรากำลังห่างกัน

ชั้นไม่รู้หรอกนะว่ามันเป็นยังไง เพราะชั้นไม่รู้สึก

การที่รู้จักคนอื่นมากขึ้น

ชั้นก็ไม่รู้ว่าจะ ทำความรู้จักกันไปถึงขั้นไหน

ชั้นไม่เคยจัดลำดับเพื่อน

ไม่เคยคิดจะเอาใครมาแทนที่ใคร

แค่ให้รู้ไว้ว่าพวกแกเป็นเพื่อนที่ชั้นรัก..........มาก

ชั้นอยากให้พวกแกมีความสุข

แต่ชั้นไม่รู้จะทำยังไง ชั้นไม่แน่ใจว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่มันผิดไม๊

มันกำลังทำร้ายพวกแกรึป่าว

ก็ดีแล้วที่บอกมา ว่าพวกแกรู้สึกยังไง

ความรู้สึกมันห้ามกันไม่ได้

ก็อยากให้แกรู้ด้วยว่าชั้นรู้สึกยังไง

ชั้นไม่รู้จะแชร์ความรู้สึกกับใคร

ไม่รู้จะเล่าความฝันให้ใครฟัง

ไม่รู้จะเล่า สิ่งที่ชั้นคิดให้ใครฟัง

กลัวเล่าไปแล้ว มันจะทำให้คิดมาก

จะทำให้เศร้าใจ

ชั้นรู้สึกเหมือน ชั้นไม่มีคนที่เข้าใจสักคนเดียว